การแนะนำการท่องเที่ยว

ของฝากและของที่ระลึกน่าซื้อเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม

ประเทศเวียดนาม หนึ่งในสิบประเทศเพื่อนบ้านของไทย

ที่หลังๆก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้าไปเยี่ยมเยือนประเทศนี้กันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่คนไทยเองก็เริ่มที่จะเลือกประเทศเวียดนามเป็นอีกจุดหมายหนึ่งในการไปท่องเที่ยวพักผ่อน หรือ พักร้อน ในช้อยส์ที่มีมากมาย ด้วยเหตุผลหลายๆข้อเลย เช่น เวียดนามนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในหลายๆเมือง การเดินทางไปเวียดนามนั้นสะดวกใช้เวลาไม่นานแถมราคาไม่แพงอีกด้วย อาหารก็อร่อย รสชาติดี

ผู้คนที่ประเทศเวียดนามก็เป็นมิตร เพราะด้วยเหตุผลเหล่านี้เองจึงทำให้ประเทศเวียดนามกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใครๆก็อยากไปเที่ยว แล้วเมื่อไปเที่ยวประเทศเวียดนามแล้วควรซื้ออะไรกลับมาเป็นของฝาก หรือ ของที่ระลึกดีล่ะ จริงๆแล้วประเทศเวียดนามมีของน่าซื้อกลับมามากมายเลย ได้แก่

  • หนอนหลา หรือ หมวกงอบ หมวกรูปทรงกรวยที่คนไทยเราเคยเห็นคุ้นตากันดี เป็นหมวกที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของคนเวียดนามเลย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกกัน สามารถหาซื้อได้ง่าย แถมใช้กันแดด กันฝน ได้ด้วยนะเออ
  • ชุดอ๊าวหย่าย ชุดประจำชาติของเวียดนามก็เป็นหนึ่งในของที่ระลึกที่มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยซื้อกลับไปประเทศของตนเอง ชุดอ๊าวหย่ายเป็นชุดเดรสยาวรัดรูปใส่แบบพอดีตัว มักใส่กันตามงานสำคัญๆ ชุดคล้ายๆกี่เผ้าของประเทศจีน แต่ชุดของเวียดนามจะมีความยาวที่มากกว่า
  • กาแฟเวียดนาม จริงๆแล้วกาแฟเวียดนามถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรซื้อกลับมาจากประเทศเวียดนามมากที่สุด เพราะกาแฟเวียดนามนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติและการตระเตรียมอย่างมาก สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านกาแฟ หรือห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ตลาดท้องถิ่น ถือเป็นของฝากที่หาซื้อได้ง่ายมากๆเลย
  • ผ้าไหม ประเทศไทยมีผ้าไหมเยอะแค่ไหน ประเทศเวียดนามก็มีเยอะไม่แพ้กันนะเออ ผ้าไหมของเวียดนามก็สวยไม่แพ้ของไทยเราเลยล่ะ แถมมีขายอยู่เยอะมาก แถมยังนำผ้าไหมมาทำเป็นสินค้าต่างๆ ได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน เครื่องประดับ ยิ่งผ้าไหมมีราคาสูงก็จะยิ่งมีความวิจิตรสวยงามตามราคา ถือเป็นของฝากยอดนิยมอีกหนึ่งอย่างจากประเทศเวียดนาม
  • โคมไฟ ประเทศเวียดนามถือว่าโคมไฟคือสัญลักษณ์ของความสุขและความโชคดี ส่วนใหญ่โคมไฟของเวียดนามจะทำมาจากผ้าไหมที่มีสีสันสวยงาม และใช้มือเพ้นท์ลวดลายต่างๆลงบนโคม คำแนะนำในการเลือกซื้อคือ อย่าซื้อขนาดใหญ่มาก เพราะจะแพคเอากลับบ้านลำบาก หาขนาดที่พอดีๆและสามารถพับได้ เอากลับได้ง่าย
  • ชาเวียดนาม ของฝากเรียบง่าย หาซื้อได้สะดวก แต่รสชาติดีอย่าบอกใคร พกกลับก็ง่าย ส่วนใหญ่ที่มักขายกันจะเป็นชาดอกบัว เป็นอีกหนึ่งของฝากราคาไม่แพงที่นักท่องเที่ยวมักซื้อกลับไปฝากญาติพี่น้องกันค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Posted by adminone in ท่องเที่ยว
ไปเช็คอินกันที่นครนายก

ไปเช็คอินกันที่นครนายก

เราไปเที่ยวหรือหาที่เช็คอินถ่ายรูปสวยๆกันว่าที่ใกล้ๆกรุงเทพมีความสวยงามไม่ต้องไปไหนไกล ได้ทั้งภูเขา ที่เขียวสดชื่น มีน้ำตก วัดวาอารามสวยๆให้เราไปเที่ยวไปเช็คอินกันค่ะ

ฟาร์มแกะนครนายก ตั้งอยู่สายถนน 3049  ก่อนจะถึงวัดหลวงพ่อปากแดง ติดกับตลาดอาเซี่ยนอินโดจีนเมื่อมาถึงลองดูทางเข้าป้ายหน้าฟาร์มที่สีสวยข้างในคือฟาร์มแกะ  เมื่อเข้ามาข้างในจะมีการบริการขาย ขอมเบเกอรี่ ชา กาแฟ บิงชู ถือว่าครบวงจรเลยที่เดียว และยังมีมุมสวยๆ ให้เราใด้เลือกถ่ายรูปไม่ทำให้เราเสียเที่ยวเลยบอกเลย

สะพานทุ่งนามุ้ย เป็นสะพานไม้ไผ่ที่เป็นรูปตัวเอส ความยาวประมานสองไร่ ทอดบนนาที่เขียวขจีสวยงาม  อยู่กับธรรมชาติที่สดชื่น มองไปรอบๆเป็นท้องทุ่งนาที่มีภูเขาล้อบรอบ สูดอากาศเซปโซนกันเลย ถือว่าเป็นอีกสถานที่ที่น่าเช็คอินถ่ายรูปที่ไปแล้วไม่ผิดหวังกันเลยค่ะ

เอเดนฟาร์ม คือเป็นร้านที่เจ้าของร้านทำเป็นความแปลกใหม่ที่ให้ทุกคนเข้าไป

คือ ภายในเดินเข้าไปก็สะดุดตาแล้วเพราะมีร่มนับร้อยคันที่อยู่บนเหนือหัวเอามาตบแต่งบนทางเดิน และทางร่านยังทะสะพานไม่ไผ่บนท้องทุ่งนา ให้เดินถ่ายรูป เซวฟี่กันตามสบายและภายในซุ้มยังมีการบริการ อาหารจานเดียว อาทิเช่น ข้าวจานเดียว ส้มตำไก่ย่าง บริการเครื่องดื่นต่างๆ  เป็นอีสถานที่เราน่าไปเที่ยว ไปเช็คอินกันนะค่ะ 

เขาหล่นผจญภัย อยู่ในเภอเมืองแค่ชื่อก็พอจะรู้ว่าผจญภัยอยู่ใกล้ๆกับวัดหลวงพ่อปากแดง  มีทั้ง การปีนผาจำลอง โรยตัว ขับรถเอทีวี อีกมากมายโดยพื้นที่เป็นภูเขาล้อรอบและยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้เราเข้าไปผจญภัยกัน

และจุดคลายแมทคือเขาหล่นเป็นจุดชมวิวและมีสะพานไม้ทอดในการเดินข้างเป็นภูเขาทุ่งหญ้าสีทอง ทำให้เราเช็คอินถ่ายรูป จะที่ไหนล่ะก็นครนายกใง ไกล้ๆแค่นี้เอง

ภูกะเหรี่ยง ต.ศรีนาวา อ.เมือง เป็นแหล่งพื้นที่เดินตามรัชกาลที่9 เศษฐกิจพอเพียง โดยมีทั้งนา สวน แหล่งเชิงเศษฐกิจ บนเนื้อที่ห้าสิบกว่าไร่ โดยมีนา สวนผลไม้ บ่อ ไร่นา สวน มีกังหันวิดน้ำ ซึ่งเดียวนี้หาดูได้ยาก  และมีสะพานทอดยาวให้เราเลือกถ่ายรูป สูดอากาศเข้าไปให้เต็มปอด

ภูอิงนาคาเฟ่ เป็นภูเขาที่ล้อมรอบด้วยทุ่งนา

วิวนั้นไม่ต้องพูดถึงสวยงามมาก ภายในตัวร้านตบแต่งไสต์แบบท้องทุ่งนาผสมผสานกับลอฟต์ โดยจัด โซนที่นั่งใว้หลายแบบ  มีทั้งห้องเรือนกะจกติดแอร์ และบรรยากาศแบบธรรมชาติ มีบริการครบวรจร อาทิเช่น อาหารเครื่องดื่ม ให้เรามีวิวธรรมชาติที่สวย และน่าเช็คอินเป็นอีกหนึ่งที่เราไปสัมพัสกัน

วัดเขาทุเรียน อยู่ไม่ไกลจากวัดพระพิฆเนศ  เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์ซึ่งทางวัดเป็นวัดสีชมพู ที่น่าให้สะดุดตาซึ่งวัดได้ทาสีชมพูทั้งวัด ทั้งพระอุโบสถ์ วิวหาร ศาลา ว่ากันง่ายเขาได้ทาสีชมพูทั้งวัด จุดเด่นคือ ห้องน้ำทางวัดได้รับรางวัลเมื่อปี2552 โดยห้องน้ำนั้นได้ติดแอร์ สอาดตบแต่งด้วยดอกไม้ 

เดอะเมมโมไรซ์  ร้านนั้นได้ตั้งก่อนถึงเขื่อนขุนด่านนั่นเองค่ะ เป็นร้านที่ไม่ไกลจากน้ำตกวังตะไคร์นะค่ะ ซึ่งร้านเราเป็นร้านกาแฟ และซึ่งตั้งกลางที่ท่องเที่ยวเลยก้ว่าได้  ทางร้านตบแต่งให้เรานั่งพักหลังจากไปเที่ยวมา มานั่งพักจิปกาแฟหรือเครื่องดื่มเผื่อผล่อนครายกัน โดยทางร้านได้ตั้งโต๊ะที่นั่นไว้รองรับนักท่องเทียวกัน พร้อมให้นั่งถ่ายรูปอีกหลายๆมุม ที่ทางร้านได้จัดขึ้น

Posted by adminone in ท่องเที่ยว
แนะนำการท่องเที่ยวในวันสำคัญ

แนะนำการท่องเที่ยวในวันสำคัญ

แห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบล

ช่วงใกล้เทศกาลเข้าพรรษาของทุกๆปีนับเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่เหล่าชาวพุทธทั้งหลายให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะเป็นการรวบรวมเหล่าชาวพุทธได้มาทำกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน
การจัดงานบุณประเพณีเข้าพรรษามีมาอย่างยาวนานแม้จะมีประวัติที่ไม่แน่ชัดว่ามีนานเท่าใดแล้ว แต่ศาสนกิจนี้ก็อยู่คู่กับวิถีของชาวพุทธอย่างเราๆมาช้านาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ในทุกๆปีจะต้องจัดงานเข้าพรรษาขึ้น ช่วงเข้าพรรษาจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฏาคม ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงน่าฝน

เหตุที่ต้องให้มีการจัดงานเข้าพรรษาเกิดขึ้น คือในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เล็งเห็นถึงปัญหาของการเดินทางและการอยู่พักอาศัยของพระสงฆ์

เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ชาวบ้านช่วงนั้นจะทำนา ในสมัยก่อนไม่มีถนนหนทางการเดินออกบิณฑบาตของพระสงฆ์จึงเดินลัดเลาะผ่านทุ่งนาของนาชาวบ้าน จนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชผลของชาวบ้านและอีกอย่างในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนที่การเดินทางนั้นจะเป็นอันตรายเพราะฝนฟ้าคะนอง บางวันก็ออกบิณฑบาตไม่ได้

พระพุทธองค์จึงได้ให้เหล่าบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายประจำอาศัยอยู่ที่วัดเป็นเวลา 3 เดือนห้ามไปค้างอ้างแรมที่อื่นช่วงเวลาที่พระสงฆ์อาศัยอยู่ภายในวัดไม่ได้ออกไปไหน ชาวบ้านจึงได้นำสิ่งของต่างๆมาถวายแก่พระสงฆ์และของที่นำมาถวายและถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งนั้นคือเทียนเพราะในสมัยนั้นไม่มีไฟฟ้าใช้ เทียนจึงเป็นสิ่งเดียวที่ให้แสงสว่างในยามค่ำคืนแก่พระสงฆ์

นี่จึงเป็นที่มาของการแห่เทียนพรรษาเข้าวัด ทุกทิศทั่วไทยในช่วงจะกิจกรรมแห่เทียนเข้าวัดขึ้น แต่งานแห่เทียนที่ใหญ่และคนทั้งในและต่างประเทศรู้จักคือ

การแห่เทียนพรรษาที่จังหวัดอุบล จะจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนกรกฏาคม ณ บริเวณ สนามทุ่งศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีภายในงานเป็นการที่ประกวดการแกะสลักเทียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งในประเทศ
และต่างประเทศมีสำนักข่าวจากต่างประเทศมาทำข่าวกันอย่างมากมาย เพราะการแกะสลักเทียนที่วิจิตรอลังการ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนไม่น้อย

งานแห่เทียนพรรษาจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานถึง 118 ปี นอกจะมีการแสดงเทียนที่แกะสลักอย่างสวยงามแล้วแต่ล่ะขบวนก็จะมีการแสดงฟ้อนรำต่างๆอย่างสวยงาม ประกอบกับมีดนตรีที่สนุกสนาน. ยิ่งทำให้งานดูมีสีสันมากยิ่งขึ้นความสนุกสนาเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสาน คุณสามารถเข้ารับชมและเยี่ยมเยียนชุมชนคนทำเทียนในคุ้มวัดต่างๆพร้อมทั้งยังได้รับการเรียนรู้จากชาวอุบลในการแกะสลักเทียนพรรษาและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ ที่คุณไม่ควรพลาดความสนุกเหล่านี้

เป็นกิจกรรมที่คุณจะได้รับนอกจากความรู้เกี่ยวกับการแกะสลักเทียนแล้ว ยังจะได้สำผัสถึงวิถีชีวิตชาวอีสานที่มีแรงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาร่วมสืบสานประเพณีที่ดีงามเหล่านี้ให้คงอยู่ไว้

หากมีผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลนครอุบลราชธานี โทร0-4524-6060 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

(ททท.) สสำนักงานอุบลราชธานี โทร. 0-4524-3770

Posted by adminone in ท่องเที่ยว